กินปลาทับทิมทอด
เหลือเนื้อติดก้างนิดหน่อย
(แน่นอนว่ามันไม่ใช่เนื้อติดกระดูก)
เลยคิดว่าจะเอาไปให้แมวแถวที่พักอาศัยกิน
...
แมวมี 2 ตัว
ตัวแรก ตัวสีดำ เชื่อง คล่องแคล่ว
ไม่มีปลอกคอ อาศัยอยู่นานพอสมควร
ผมเรียกมันว่า คุโระ แปลว่า สีดำ
...
อีกตัวหนึ่ง ตัวสีขาว
ตากลมโต สดใส มีปลอกคอ
ท่าทางสง่างาม
ผมเรียกมันว่า ชิโระ แปลว่า สีขาว
...
ตอนเรียกมามัน 2 ตัวก็รักกันดี
แต่พอเอาปลามาวางเท่านั้นแหละ
เจ้าชิโระขู่คุโระไม่ให้แย่งปลาที่ผมให้
แถมคาบไปกินตรงอื่นอีก
...
แต่ด้วยความที่รู้นิสัยดี
ผมจึงกักปลาไว้ก่อนแล้ว
และค่อยมาวางไว้ให้คุโระกิน
ทว่า เจ้าชิโระกลับรู้แกวผม
วิ่งกลับมาฉกไปเช่นเคย
เจ้าคุโระก็ได้แต่ร้องเหมียว ๆ
รอจนชิโระอิ่ม แล้วจึงเข้าไปกินได้
...
โดยเบื้องต้นแล้ว
ผมมองว่าเจ้าคุโระแข็งแรงกว่ามาก
ทั้งคล่องแคล่ว สามารถวิ่งหลบสุนัข
หรือขู่สุนัขตัวใหญ่ ๆ ได้สบาย
กลับกันเจ้าชิโระนั้นทำไม่ได้เลย
น่าสงสัยว่าทำไมเจ้าคุโระถึงยอมเจ้าชิโระกัน
ผมจำเป็นต้องใช้เวลาศึกษามันต่อไป
อาจจะได้คำตอบในเร็ววันนี้
หรือไม่อาจได้คำตอบเลยก็เป็นได้
...
..
.
เพียงแต่ผมมองเห็นประเด็นอย่างหนึ่ง
แม้ภายนอกเหมือนรักกันเพียงใด
แต่พอมีปัจจัย
คนที่รักกันก็อาจไม่รักกันก็ได้
...
เพื่อนสนิทรักผู้หญิงคนเดียวกัน
ผลประโยชน์ของนักการเมือง
อาจเหมือนเรื่องแมว 2 ตัวนี้ก็เป็นได้
...
..
.
คำคมปิดท้าย
...
ความรักของผม
เปรียบเหมือนก้างปลา
รู้ว่ากินยาก ก็ฝืนกลืนกิน
รู้ว่าติดคอ ก็ฝืนทนกลืน
เจ็บปวด และทรมาน
ก็ยังต้องรักต่อไป
เพราะคิดว่ามันจะอิ่ม
...
..
.
แคนโต้ปิดท้าย
...
แมว 2 ตัว
มิอาจกิน
ปลาตัวเดียวกัน